--บ่ายแก่ ๆ ของวันอาทิตย์ อยู่ห้องแล้วมันหงุดหงิด..จับกล้องได้ก็นั่งสองแถวไปอ่างศิลา เดินเล่นตลาดเก่า

อายุกว่า 133 ปี ..ที่สำคัญอยู่ริมทะเล... :-P

--..เดินเล่นอารมณ์ชิลส์ ๆ ถ่ายรูปไปเรื่อยเปื่อย.. 

 

--...มีของอร่อย ๆ มากมายให้เลือกสรร...

--...แม่ค้าน่ารักด้วยนะค่ะ...ว่าง ๆ ก็หาเวลามาเดินเล่นกันบ้างนะ อยู่ใกล้กรุงเทพฯ แค่ชั่วโมงเดียวก็ถึง

--...ตำหนักที่ประทับริมทะเลของรัชกาลที่ 5 มีวิวสวย ๆ ให้เดินถ่ายรูปกัน..(ตำหนักที่ 1 สีแดง)

--...เดินถัดมาอีก 50 เมตรได้ จะเจอตำหนักที่ประทับริมทะเลของรัชกาลที่ 5 หลังที่สองจะเป็นสีขาว...

และด้านหน้าของตำหนักนี้ทางด้านซ้ายมือจะเป็นศาลเจ้าแม่หินเขา ซึ่งมีสะพานยื่นออกไปทะเล...

--...เป็นวิวโดยรอบของตำหนักค่ะ....

--...ออกมาเดินทอดน่องเปลี่ยนบรรยากาศจากที่ห้องในวันอาทิตย์..ก็ได้คิดอะไร ๆ เรื่อยเปื่อย..ปล่อยสมอง

ปล่อยความคิด..ไปกับทะเล..

 

--...แต่งงานกันเถอะ...วันนี้มีคู่บ่าว สาว มาถ่ายรูปกัน 2 คู่ เห็นแล้วก็อดยิ้มไม่ได้..(แต่ห้ามคิดมาถึงตัวเองเด็ดขาด

จากที่ยิ้มจะกลายเป็นอย่างอื่นแทน)...ทริปข้าง ๆ เป็นทริปสีน้ำ มาวาดสัน้ำกันนอกสถานที่ภาพสวย ๆ ทั้งนั้น แต่ไม่กล้า

ถ่ายเยอะ..เกรงใจเค้า ;-P

.....

**...ว่าง ๆ ก็ปล่อยตัว ปล่อยใจ ปล่อยอารมณ์ ให้มันเป็นไปอย่างที่มันจะเป็นบ้างก็ดีเหมือนกัน..

หัวเราะอย่างที่อยากจะทำ ร้องไห้อย่างอารมณ์ที่ต้องการ ปลดปล่อยมันออกมาซะบ้างมันอาจจะดีขึ้น

เมื่อได้ทำแล้วพรุ่งนี้จะดีขึ้น แย่ลง หรือจะเหมือนเดินก็ชั่งมันเตอะ...;P..

(อารมณ์นี้เปิดเพลง "ข้ามฟ้ามาร้องไห้" ของพี่เจี๊ยบไปด้วยเบา ๆ) 

 

...The End....

มันคือรถ...

posted on 09 Oct 2009 15:46 by khaojao1

ขอนิด..

...

...

 

..รถ......?

..

..

 ;-P

....................

อยากรู้-อยากเล่า

posted on 29 Sep 2009 08:17 by khaojao1

ได้รับรับการอนุเคราะห์ Tag นี้มาจาก >>พี่ปอ<<

ให้เลือกทำ 2 ใน 8 ข้อ..(tag นี้ได้มานานมากแล้ว และเท่าที่จำได้ยังติด Tag วันวานพี่ปออยู่ 1 เรื่อง :D )

1. Tell one of your childhood memories. -- เล่าความทรงจำในวัยเด็กมาหนึ่งเรื่อง

2. Tell me something you like about your dad. -- เล่าสิ่งที่ชอบในตัวพ่อของคุณมาหนึ่งเรื่อง

3. What is your favorite hobby? -- งานอดิเรกชิ้นโปรดของคุณคืออะไร

4. Tell a joke. -- เล่าเรื่องตลกมาเรื่องหนึ่ง (เอาให้ฮาด้วยนะคะ)

5. What would you buy with a million dollars? -- ถ้ามีเงินหนึ่งล้านดอลลาร์คุณจะซื้ออะไร (ตอนนี้ 1 USD. ประมาณ 34 THB.)

6. Name something that make you sad. -- บอกชื่อสิ่งที่ทำให้คุณเศร้า (ขอเหตุผลด้วยนะคะ ไหนๆ ก็จะเล่าแล้ว)

7. If you could go anywhere in the world, where would it be? -- ถ้าคุณไปที่ไหนก็ได้ในโลก คุณจะไปที่ไหน

8. What do you like to do in the winter? -- คุณชอบทำอะไรในหน้าหนาว

.....

บอกตามตรงว่าไม่ถนัดเรื่องการเล่า หรือบรรยายอะไรเล๊ย..เล่าเรื่องเศร้าแล้วไม่ซึ้ง เล่าเรื่องขำเล่าไม่ฮา...

ประมาณว่า..(เล่าไม่ฮาแล้วจะพาเพื่อน ๆ เครียดซะป่าว ๆ ..-_-')

พอดีว่าเมื่อปลายอาทิตย์ที่แล้วได้รับแถกนึ่งมาจาก >>พี่จุ๊บุ<< เลยนึกขึ้นได้ว่าติดพี่ปอเอาไว้..แถกพี่จุ๊บุต้องคิด ๆ ..

8 ข้อข้างบนเอามาลองคิดพิจารณาดูแล้ว...ขอเลือกทำข้อ..1 และ ข้อ 2 ...

....

ข้อ 1. Tell one of your childhood memories. -- เล่าความทรงจำในวัยเด็กมาหนึ่งเรื่อง

--..เรื่อง กระโดดข้ามกองไฟ..(เด็ก ตจว.หลาย ๆ คนคงเคยเล่น)

จ้าวเป็นคนอุบลฯ ค่ะ..แต่ดันมาเกิดในเมืองบางกอก

(พ่อกับแม่เค้าปิ้ง..!! กันที่บางกอก) จ้าวมีพี่น้อง 5 คน ลูกสาวทั้ง 5 คน จ้าวเป็นคนที่ 4

ตั้งแต่พี่สาวคนโตถึงจ้าวอายุห่างกันไล่ลงมาคนละ 2 ปี แต่จ้าวกับน้องสาวจะห่างกัน 6 ปี

จ้าวเลยติดนิสัยลูกคนเล็กมาเพียบเลย.. :D..

--จ้าวเองก็จำไม่ได้ว่า..ไอ้ตอนกระโดดข้ามกองไฟมันเป็นไงเหมือนเราฝัน..

จำได้แค่เลือนลางเท่านั้น..แต่พ่อ กับแม่เล่าให้ฟัง

--ตอนอายุประมาณ 5 ขวบได้ จ้าวและพี่สาวคนที่สาม ตามพ่อไปเที่ยวที่อุบลฯ

ช่วงนั้นเป็นหน้าหนาว..ทุกเช้าและทุกบ้านต่างก็ก่อกองไฟผิงกัน..

หลังจากที่ผู้ใหญ่กำลังวุ่นกับการเตรียมของ เตรียมอาหารเพื่อที่จะออกจากบ้านไปทำงานที่ไร่บ้าง

ที่นาของตนบ้าง..เด็ก ๆ ก็จะนั่งผิงไฟกัน..ที่บ้านพ่อกองไฟไว้ให้พิงกันที่หน้าบ้าน...

แน่ล่ะ !!  เด็กบางกอกไปบ้านนอกทั้งที เด็ก ๆ รุ่น ๆ เดียวกันในระเวกนั้นก็จะมาเล่นด้วย (ดูของแปลกกัน)

แต่ !!! โชคร้ายหน่อยเด็กแถวบ้านมีแต่เด็กผู้ชาย... แล้วจ้าวกับพี่สาว ก็เป็นเด็กแก่น ๆ ซะด้วยสิ.. ;P

..เลยชวนกันเล่น..กระโดดข้ามกองไฟ..(น่าหนุกใช่ไหม๊ล่ะ...)

เพื่อนคนที่ 1 กระโดดไป...............................เย้..!!!...(รอด...)

เพื่อนคนที่ 2 ข้ามไปติด ๆ ............................ -_-'...(เกือบไม่รอด...)

พี่สาว...ทำใจอยู่นาน..(เอาว่ะ..เดี๋ยวเสียชื่อเด็กบางกอกหมด)......................(รอดไปอีกราย.....)

ข้าวจ้าวล่ะ....(นั่งนิ่ง ๆ สิค่ะพี่น้อง.. 5 ขวบเองจะทำไรได้..) ...เพื่อน ๆ และพี่สาวทำไงล่ะ..ล้อสิค่ะพี่น้อง...

ข้าวจ้าว...(เอาก็เอาว่ะ...ท้าทายดี..-_-')...วิ่งไปตั้งหลักไกลมาก.....

เอาล่ะนะ..........................................................(อึบ...โพล๊ก..!!!!!!........)...

กร๊ากกกกกกกกกก...จ๊าบ................แง....แง๊......................!!1  T_T...(ไม่รอด...)

พี่สาววิ่งไปตามพ่อที่อยู่ในครัว...เพื่อพาไปสถานีอนามัยใกล้ ๆ บ้าน... (ตอนนี้จ้าวจำไม่ได้)

แต่จำได้ว่า..คนมาดูเพียบเลย เต็มสถานีอนามัย...อายมากกกกกกกกกกกกกกกก....T_T

จบ..!!... (เรื่องนี้ทำให้พ่อ กับ แม่ ทะเลาะกันอยู่นาน แม่โทษพ่อ ว่าดูแลลูกสาวที่น่ารักไม่ดี..)

(และที่จำได้เพราะมันมีหลักฐานให้เห็น และมีเรื่องให้คนที่เห็นได้ถามกันว่า..แขนไปโดนอะไร)

หลักฐาน...

ไม่ชัดหรอ...อีกรูป...

..กลายเป็นสาวแขนลายถึงปัจจุบัน...(..รู้กันหมดแหละ..เริ่ม ๆ อายขึ้นมาแล้วสิ..)

...................................

ข้อ 2. Tell me something you like about your dad. -- เล่าสิ่งที่ชอบในตัวพ่อของคุณมาหนึ่งเรื่อง

--**...เรื่องของคุณป๋า..(ชอบเรียกเล่น ๆ เวลาคุยโทรศัพท์กับพ่อ แล้วท่าทางว่าเค้าจะชอบซะด้วย..)

พ่อจ้าวเป็นพ่อบ้าน..เพราะที่บ้านพ่อจะเป็นคนทำกับข้าวซะส่วนใหญ่..พ่อเป็นกุ๊กเก่ามาก่อน..ทำอาหารเก่ง

(แต่ว่าพี่น้องพ่อทุกคนทำอาหารเก่งหมดเลย..เป็นกรรมพันธุ์ รึป่าว..?.)...

ตอนนี้ผันตัวเองมาเป็นคนขับแท็กซี่..(ไม่แน่นะ เพื่อนบางคนอาจจะเคยนั่งรถแท็กซี่พ่อจ้าวก้ได้นะ..)

พ่อทำอาหารอร่อยมาก ๆ (จริง ๆ นะ) โดยเฉพาะแกงส้ม..ไปกินที่ไหนก็ไม่เหมือนฝีมือพ่อ...

แต่...!! ..ใครที่จะกินฝีมือพ่อต้องใจเย็น ๆ ใจร้อนไม่ได้..เพราะพ่อเค้าจะพิถีพิถันในการทำอาหารมาก ๆ

ทุกอย่างต้องเรียบร้อยและสวยงาม..(อะนะ..!! จ้าวเป็นลูกมือ มือ 1 ของที่บ้านเลยติดนิสัยนี้มาด้วย)...

แม่ และพี่สาวก็จะไม่ชอบรอ..ต้องซื้อของว่างมากินกันหิวไปก่อนเพื่อรออาหารเสร็จ...

แต่ตอนนี้ไม่ค่อยได้กินฝีมือพ่อเลย เพราะมาทำงานที่ชลบุรี..แรก ๆ ที่มาอยู่ทุกวันศุกร์พ่อจะโทรมาแล้ว..

ว่าจะกลับบ้านรึป่าว...? ถ้าจ้าวกลับพ่อจะทำแกงส้มไว้รอเลย...แต่ตอนนี้..จะโทรมาหาตอนสิ้นเดือน..-_-"

น่ารักจริง ๆ คุณป๋า...

...

เล่าถึงพ่อแล้วคิดถึงจัง....หวังว่าเสาร์ อาทิตย์ที่จะถึงนี้ถ้าไม่ติดอะไรคงได้กลับไปกอดสัก 2 ที...

...

จบ...!!...หนูรักพ่อค่ะ...(ถึงแม่จะบอกว่าพ่อดูแลหนูไม่ได้ทำให้หนูต้องเป็นสาวแขนลายก็เหอะ..) อิอิ

.....

จบแล้ว.....หวังว่าอ่านเรื่องแรกแล้วจะลืมในเร็ววันนะค่ะ... 

FW: ทฤษฎีวงกลม

posted on 19 Sep 2009 17:48 by khaojao1

          วันนี้ได้รับ FW: เมล์ มาฉบับหนึ่งจากเพื่อน ซึ่งปกติแล้วจ้าวจะไม่ค่อยได้อ่าน FW เมล์สักเท่าไหร่

ยิ่งเป็นเนื้อหาแล้วยิ่งแล้วใหญ่...

          แต่ FW เมล์หลาย ๆ ฉบับก็มีประโยชน์และแง่คิดมากมาย เหมือน FW: เมล์ฉบับนี้ "ทฤษฎีวงกลม"

ไม่รู้หรอกว่าเป็นผลงานของใครแต่ก็อยากจะบอกเค้าว่า เนื้อหาของเรื่องนี้ดีมาก ๆ เรื่องนึ่งที่ได้รับ FW มา

เห็น FW เมล์ฉบับนี้แล้วคิดถึง FW เมล์ของ การ์ตูนไอ้แป้น ที่เพื่อน ๆ FW มาให้

ซึ้งเพื่อน ๆ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า เจ้าของผลงานการ์ตูนที่ตัวเอง FW: ต่อนั้นเป็นของใคร ..

..แล้วก็ได้แต่ชื่นชมโดยไม่รู้ว่าใครวาด..

           "ทฤษฎีวงกลม" เพื่อน ๆ คนไหนรู้ว่าเจ้าของผลงานนี้เป็นใคร รบกวนช่วยบอกด้วยนะค่ะ...

และก็ขออนุญาตเจ้าของผงานชิ้นนี้ผ่านบล็อคนี้เลยนะค่ะ....

.................................................................................................................................

"ทฤษฎีวงกลม "

 

 

 

**....เมื่อทั้งสองมาเจอกัน เราต่างก็แชร์พื้นที่ของแต่ละฝ่ายให้กันเพื่อที่จะใช้พื้นที่นั้นร่วมกัน ..

 

 

**...เกิดเป็นพื้นที่ตรงกลางที่เราใช้ร่วมกันอย่างเข้าใจกันและกัน ...

.และต่างฝ่ายก็ฝ่ายก็พยายามที่จะแชร์พื้นที่ของตัวเองเพื่อที่จะให้พื้นที่ตรงกลางมีมากที่สุดเท่าที่จะทำได้แต่...

 

 **...เมื่อเวลาเปลี่ยนไปอีกฝ่ายกลับรู้สึกว่าพื้นที่ของตนมีน้อยลงเรื่อย ๆ เลยรู้สึกอึดอัด

แต่อีกฝ่ายกลับพยายามที่จะลดพื้นที่ของตัวเองอยู่ โดยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายอึดอัด..

...จนในที่สุดวงกลมสองวงก็ต้องจากกัน...

 

 

 

**.. เมื่อเราเกินรู้สึกว่ามันมากไป หรือน้อยไปในอีกฝ่าย ก็ควรที่จะหันหน้าคุยกัน ไม่ใช่ปล่อยให้อีกฝ่ายพยายามที่จะทำแล้วอีกฝ่ายพยายามที่จะทน...จนในที่สุดต้องจบด้วยจาก จากไปโดยที่คุณเองก็ไม่รู้สาเหตุว่าเพราะอะไร

**.. พื้นที่วงกลมของเราถ้าในตอนแรกเราไม่ให้เค้าเข้ามา เค้าก็ไม่สามารถเข้ามาได้ แต่เมื่อเรายอมที่จะให้เค้าเข้ามาแล้ว แต่เรากลับรู้สึกอึดอัดในภายครั้ง ก็ไม่ควรที่จะถีบ เค้าออกมาโดยที่เค้าไม่ทันตั้งตัว เพราะในตอนแรกเราเองที่เป็นคนยอมให้อีกฝ่ายเข้ามา....

**..เพราะความสัมพันธ์ ที่คุณได้สร้างไว้ในตอนแรกมันกลายเป็นความผูกพัน โดยที่คุณอาจไม่รู้ตัว....เคยมีคนบอกเอาไว้ว่า "ความสัมพันธ์ ไม่ว่าเกิดขึ้นทางใดมันจะต้องมีการรับผิดชอบจะปล่อยทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ ไม่ได้" เพราะฉะนั้น คุณควรดูแลความสัมพันธ์ที่คุณมีอยู่ให้ดีที่สุด อย่างปล่อยให้อีกฝ่ายต้องเจ็บปวดเพราะคุณอยากจะจากไป...

 

06 - ความทรงจำ - แอม.mp3 - " title="

06 - ความทรงจำ - แอม.mp3 - " class="" />

 

เชื่อมั่นนักออกแบบกราฟฟิกไทย กับ... สันติ ลอรัชวี

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 กันยายน 2552 17:58 น

เรื่องโดย : ฮักก้า ภาพโดย : ศิวกร เสนสอน

“นักออกแบบกราฟฟิกทุกคนอยากให้มี แต่ไม่ได้ให้ความสำคัญ”

     บางถ้อยคำของ สันติ ลอรัชวี แห่งแพรคทิเคิล สตูดิโอ ผู้ริเริ่มกิจกรรมเชิญชวนนักออกแบบ ส่งภาพถ่ายตัวเองพร้อมผลงานที่ออกแบบมาที่ http://thaigraphicdesigner.wordpress.com กระทั่งพัฒนามาสู่นิทรรศการ ฉันเป็นนักออกแบบกราฟฟิกไทย( I am a Thai Graphic Designer) ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 3 -11 ตุลาคม พ.ศ.2552 ณ แกรนด์ ฮอลล์ ชั้น 1 สยามดิสคัฟเวอรี่ โดยมีหลายหน่วยงานให้การสนับสนุน

     ซึ่งกิจกรรมครั้งล่าสุด คือกิจกรรมที่ต่อยอดมาจากกิจกรรมครั้งก่อนที่เขาเชิญชวนให้ผู้ที่สนใจส่งผลงานออกแบบตัวอักษร “ทรงพระเจริญ” และออกแบบโปสเตอร์ Design (alone) Cannot Change (everything) มาร่วมนำเสนอผ่านนิทรรศการ

สันติ ลอรัชวี

       ดังนั้นนอกจากผลงานออกแบบประโยคบอกเล่าที่ว่า “ฉันเป็นนักออกแบบกราฟฟิกไทย” ที่แสดงตัวตนของนักออกแบบแต่ละคน จะถูกนำมาแสดงผ่านจอพลาสม่า ให้ผู้สนใจได้ชม ตลอดหลายวันของนิทรรศการยังพรั่งพร้อมไปด้วยกิจกรรมด้านกราฟฟิกหลากหลาย เป็นต้นว่าการล้อมวงคุยในหัวข้อ “คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า” ที่อาจจะทำให้นักออกแบบกราฟฟิกหลายคนคิดเปลี่ยนใจเลิกเป็น “คนในอยากออก”หรือแม้แต่คนที่ไม่ได้ประกอบวิชาชีพนี้ ก็ต้องให้ความสนใจ เพราะอย่างน้อยๆคุณก็จะได้รู้ว่า นักออกแบบกราฟฟิกคืออะไร และสำคัญอย่างไร

      “มันมีภาพสะท้อนว่าเราไม่มีนักออกแบบกราฟฟิกที่ทำอาชีพนี้ไปจนเกษียณ ต่างจากญี่ปุ่น และต่างจากหลายประเทศ นั่นแสดงว่าวิชาชีพนี้มันมีปัญหาไม่สามารถที่จะรักษาผู้ประกอบวิชาชีพ ให้เดินไปจนสุดเส้นทางได้ บางทีก็จะเลิกไปก่อน ไปทำอย่างอื่น มีน้อยคนมากๆที่จะเดินไปสุดทาง


       นักออกแบบกราฟฟิกในไทยเก่งๆมีเยอะ แต่เกษียณตัวเองไปเร็วกว่าที่ควร พออายุสี่สิบ มีต้นทุนนิดนึงก็เปลี่ยนอาชีพ ไปเปิดรีสอร์ส ไปทำเสื้อขาย เปลี่ยนอาชีพ ขยับกันไปหมด ทำให้ไม่มีบุคลากรที่จะเป็นปูชนียบุคคลคอยอุ้มชูคนอาชีพนี้ เราก็จะมานั่งคุยกันว่าปัญหาคืออะไร ต้องการเปลี่ยนแปลงในระดับไหน”

       ก่อนหน้านี้ผลงานออกแบบกราฟฟิก “ฉันเป็นนักออกแบบกราฟฟิกไทย” ราวสองร้อยชิ้นที่เปิดให้ผู้สนใจส่งเข้ามานับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2552 โดยไม่มีข้อจำกัดว่าจะต้องเป็นผลงานของผู้ที่มีอาชีพเป็นนักออกแบบกราฟฟิกเท่านั้น ได้ถูกตีพิมพ์เผยแพร่ผ่านนิตยสาร Raw Mat ฉบับที่ 5 ในเครือ บริษัท Antalis (Thailand) Limited ที่สันติเป็นบรรณาธิการ

        และผลงานทั้งหมดที่เวลานี้มีมากกว่า 900 ชิ้น เป็นสิ่งที่สันติกล่าวว่าสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือของคนที่มีความเกี่ยวข้องกับงานออกแบบกราฟฟิกอย่างชัดเจนที่สุด และพอที่เป็นพลังขับเคลื่อนให้ใครต่อใครเชื่อมั่นในอาชีพนี้

        “อาชีพนี้มีความพร้อมและมีตัวตนอยู่มากพอสมควรในประเทศนี้ เพราะฉะนั้นคนอาจจะต้องหันกลับมามองและให้บทบาทแก่เขา อย่างที่ผมบอกว่า จริงๆแล้วงานกราฟฟิกดีไซน์มีอยู่ในทุกอณูของงานทุกอย่าง

        ที่ผ่านมามันเหมือนกับว่าบางโครงการที่เกิดขึ้นจะต้องมีเนื้องานก่อนคนถึงจะนึกถึงนักออกแบบกราฟฟิก โอกาสที่จะมีส่วนช่วยคิดช่วยทำในระดับเริ่มต้น อาจจะยังถูกมองข้าม มันก็เลยกลายเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งในการพัฒนาบุคลากรหรือตัววิชาชีพไปด้วย

        ยกตัวอย่างเราอยากจะปรับกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองแบบนั้นแบบนี้ เราอาจจะคิดกันเรียบร้อยแล้ว เราถึงค่อยเรียกหานักออกแบบกราฟฟิก ให้นักออกแบบกราฟฟิก บอกผู้คนยังไงดีว่ากรุงเทพฯ กำลังปรับตัว ซึ่งจริงๆแล้วเราน่าจะมีศักยภาพมากกว่านั้น ตรงที่ว่า มีส่วนร่วมในการปรับกรุงเทพฯ ได้ด้วย ไม่ใช่เป็นเพียงผู้เอาข่าวกรุงเทพฯ กำลังมีการปรับตัวมาบอกเล่า ถ้าสังคมให้การยอมรับหรือเชื่อมั่นในบทบาทของนักออกกราฟฟิก อาชีพนี้ก็จะมีส่วนที่จะเข้าไปสนับสนุนหรือผลักดันส่วนต่างๆของสังคมได้มากขึ้นกว่าทุกวันนี้”

        และก่อนที่จะเข้าไปมีบทบาทสำคัญในการผลักดันส่วนต่างๆของสังคมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังนั้นพวกเขาจึงต้องรวมตัวเพื่อแนะนำตัวเองให้ทุกคนรู้จักก่อนว่าพวกเขาคือใคร?

 

ฉันเป็นนักออกแบบกราฟฟิกไทย (I am a Thai Graphic Designer)
...........................................................................................................................

    

กิจกรรมระหว่างนิทรรศการ “ฉันเป็นนักออกแบบกราฟฟิกไทย”
       
       เสาร์ที่ 3 ต.ค. 52 เวลา 17.00 – 18.00 น. เสวนาเกี่ยวกับ 15 ผลงานที่โดนใจนักออกแบบมืออาชีพ โดย อนุทิน วงศ์สรรกร (คัดสรรดีมาก), ปิยะพงศ์ ภูมิจิตร (art4d),เศรษฐพงศ์ โพวาทอง (บก.บทความ FHM), วิชญ์ พิมพ์กาญจนพงศ์ (DuckUnit)
       
       เวลา 18.00 – 19.00 น. พิธีเปิดนิทรรศการโดยมี อภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และจะร่วมเสวนาในหัวข้อ “กราฟิกดีไซน์ กับ Creative Thailand” ร่วมกับ ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และสันติ ลอรัชวี ดำเนินรายการเสวนาโดย ผศ.สรรเสริญ มิลินทสูต ประธานสภาคณบดีทางศิลปะแห่งประเทศไทย
       
       อาทิตย์ที่ 4 ต.ค. 52 เวลา 14.00 -16.00 น. เวิร์คช็อปสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาโดยสตูดิโอกราฟิกมืออาชีพ คัลเลอร์ ปาร์ตี้ และ แพรคทิเคิล สตูดิโอ ในประเด็น “กราฟิกดีไซน์=?” สำรองที่นั่งได้ที่ 0-2938-2300 -4 ต่อ 1003 หรือ
practicalstudio@gmail.com
       
       พุธที่ 7 ต.ค.52 เวลา 17.00 -19.00 น. ดีไซน์ไปบ่นไป “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนักออกแบบกราฟฟิก” กับ 5 นักออกแบบกราฟิกขี้บ่น วีร์ วีรพร (conscious),สุรัติ โตมรศักดิ์ (try2benice),สยาม อัตตะริยะ (color party), เคลวิน หว่อง (k kelvin studio) และ วรทิตย์ เครือวาณิชกิจ (farmgroup)
       
       ศุกร์ที่ 9 ต.ค. 52 เวลา 17.00 -19.00 น. เสวนาหัวข้อ “กราฟิกดีไซน์ไทย คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า” โดยนักออกแบบกราฟิกชั้นนำ ได้แก่ ปริญญา โรจน์อารยานนท์ (DB Design) ศิลปินศิลปาธร สาขากราฟิกดีไซน์, ไพโรจน์ ธีระประภา (สยามรวย),ปิยลักษณ์ เบญจดล (หัวหน้าภาควิชานิเทศศิลป์ ม.กรุงเทพ),ชุติมารี จาตุรจินดา (beourfriend) และ พิชิต วีรังคบุตร (TCDC) จัดโดย สมาคมนักออกแบบเรขศิลป์ไทย (ThaiGa)
       
       เสาร์ที่ 10 ต.ค.52 เวลา16.00 -19.30 น. กิจกรรม เพะชะคุชะ ไนท์ ตอนพิเศษ “กราฟิกดีไซน์ = …”  20 นิยามส่วนบุคคลของคำว่า “กราฟิกดีไซน์” พบกับนักออกแบบไม่เกี่ยงรุ่น อาทิ รักกิจ ควรหาเวช, วิศุทธิ์ พรนิมิตร,วีร์ วีรพร, เคลวิน หว่อง, ณัฐ แสนชื่น, จักรพันธ์ สุวรรณบุณย์, วรทิตย์ เครือวาณิชกิจ,ทสร บุณยเนตร, จิตต์สิงห์ สมบุญ, ต้น วจนพานิช, กฤษดา ภควัตสุนทร,พิสิฏฐ์กุล ควรแถลง, จิระเดช-พรพิไล มีมาลัย, กัมปนาท เฮี้ยนชาศรี,เอกลักษณ์ เพียรพนาเวช ฯลฯ ดำเนินการโดย Try2benice
       ปิดท้าย อาทิตย์ที่ 11 ต.ค.52 เวลา 14.00 -16.00 น.พบกับ การแสดงซาวน์กราฟิกโดยกลุ่มนักออกแบบหัวใหม่ อาทิ Kaffa, Spookery Atomic Computer ฯลฯ ในบรรยากาศสบายๆ ในวันสุดท้ายของนิทรรศการ

.....

....

.. ........................................................................................................................................

 

**...ช่วงนี้มีงานดี ๆ เยอะเลยน่าสนใจทุกงานเลย..แล้วยังไงว่าง ๆ ก็แวะไปชมงานต่าง ๆ กันนะค่ะ..

ไม่ว่าจะเป็น...

-- ค่ายการ์ตูน “ทีเค การ์ตูนนิสต์” EDIT <<น้าเส่ง

--TALE FROM THE SIX << น้าเส่ง

--HOPI GALLERY ON THE BEACH 2009 << โรงบ่มฝัน (งานนี้อยากไปมาก แต่ยังหาเพื่อนไม่ได้รอตัดสินใจวันศุกร์)

รายละเอียด HOPI GALLERY ON THE BEACH 2009 >>ที่นี่<<โดย ร่มไม่มี R...

--ปล่อยแสง 4 <<ลุงลิงใจดี

--ประกวดโปสเตอร์เทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ ครั้งที่ 7<< manager

--160 โมเดลสถาปัตยกรรม ไอเดียเฉียบ จากออสเตรเลีย

_____________________________________________________________________________

ไปกันเถอะ...งานดีดีไม่น่าพลาด

Favourites